เราคุยกัน....
เวลาของครอบครัวที่เราคุยกันได้เนื้อได้หนังที่สุดดูจะเป็นเวลาไปเที่ยวต่างจังหวัด เพราะทุกคนถูกขังอยู่ในรถ อยู่ที่บ้านเห็นหน้ากันทุกวัน กลับไม่มีเวลาคุย แต่ละคนดูจะสาละวนอยู่กับเรื่องของตัว แม่มักจะแบกงานกลับมาบ้านซะส่วนใหญ่ ลูกคนโตดู sport ทุกชนิดจาก UBC พ่อรดน้ำต้นไม้ กวาดบ้านตามประสาคน early retire เจ้าแฝดอยู่แต่หน้า com เรามีความสุขมากเวลาไปเที่ยวไหนไกลๆด้วยกัน ความจริงต้องฝึกนะที่จะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข เมื่อก่อนเที่ยวกันไม่ค่อย success ตอนไปสนุกแต่ต้องมีลงท้าย หรือตรงกลางเซ็งกันตะหงิดๆ ไม่ใครก็ใครคนนึง 1 ใน 5 เนี่ยต้องเป็นตัวทำบรรยากาศเสีย หลังๆ นี่ mature กันแล้ว ก็พยายามปรับ feel ไม่ให้เอาแต่ใจตัวมาก ไม่เอาเรื่องเล็กๆ มาทำให้ moody ต่อกันเป็นลูกโซ่ จึงเที่ยวอย่าง success และสุขเต็มอิ่มเพราะไม่ moody ตลอดทั้งรายการ
รู้กันอยู่ว่าเดี๋ยวลูกทำงานล่ะก็ไม่มีวันหยุดตรงกันนานๆอีก หาโอกาสเที่ยวด้วยกันยาก เราจึงรีบเที่ยวติดกัน 2 trip ทิ้งไม่ห่างกันมาก ตอนแรกจะลอง backpack ไปลาว คำนวณค่าใช้จ่าย 5 คน 7 คืน....เหยียบแสน ..เอาแม่สะเรียงแล้วกันลูก trip ต่อมาคือ กระบี่
เวลาเราเดินทางไกล พ่อจะวางแผน มีหนังสือท่องเที่ยว แผนที่ สะเบียง ที่ขาดไม่ได้คือ camping เราไม่ได้ชอบเหมือนกันหมด พ่อรักการเที่ยวป่าเป็นชีวิต จิตใจ แม่ก็ชอบ แต่ไม่มากเท่าพ่อ คือให้กินปลากระป๋องหลายๆวันไม่ทนอด ลูกๆชอบอยู่บ้านมากกว่าไปเที่ยวป่าเขา (เพราะไม่มี com) เราพยายาม adapt เข้าหากันมาก รู้สึกแต่ละคนเรียนรู้ที่จะอดกลั้น ก็ self กันหมดนี่ เอากันลงยาก OK เฉพาะเรื่องเที่ยว พบกันครึ่งทาง เที่ยวป่า กางเต๊นท์ ครึ่งนึง นอนสบายๆที่โรงแรมครึ่งนึง พ่อไม่บ่นที่แม่หอบงานไปทำบ้าง....พบความสุขที่ลงตัวของทุกคน...ประหยัดด้วยได้ซึมซับธรรมชาติด้วย...อยู่กะป่าเขาแล้วใจมันเย็น โล่ง รู้สงบในใจ...
เราชอบแม่สะเรียงมาก คนที่นี่มีนิสัยรักสะอาด ไปไหนก็เห็นแต่ละบ้านกวาดบ้านกันบ่อย หน้าบ้าน ถนนสะอาดดีมากจนรู้สึกได้ มองเข้าไปพื้นบ้านสะอาด เราสัญญากันว่าจะตื่นแต่เช้าไปชมวิถีชุมชนที่ตลาดเช้า และจะใส่บาตร เราไปถึงตลาด 7 โมงถามชาวบ้านว่าเขาใส่บาตรกันตรงบริเวณไหน แม่ค้าบอก...โอ้ย ไม่มีแล้ว พระกลับวัดตั้งแต่ตี 5 ครึ่ง...แป้ววว
เราไป camping ที่เขาสก จังหวัดสุราษฎร์ เพื่อให้พ่อนอนครึ่งทางระหว่างกรุงเทพ-กระบี่ ประเด็นนึงที่เรามักแย้งกันคือ จะปักหลักกางเต๊นท์ตรงไหน 5 คน 5 ความคิด ไม่ยอมกันเดี๋ยวได้เรื่อง ครั้งหนึ่งเราเคยไม่เชื่อพ่อ กลางคืนฝนดันตก เต๊นท์เจ้าแฝดเลยแทบไม่ได้นอนเพราะดันทุรังไปกางในที่ลุ่ม นำซึมเข้าเต๊นท์ ได้บทเรียนชีวิตกันไป ....หลายๆอย่างบอกเราว่าพ่อเป็น camper ตัวจริง
แม่ออกจะเสียดายเวลาที่ผ่านมา เราน่าจะรู้จักการเที่ยวแบบ ecotourism กันเร็วกว่านี้ ตอนลูกยังเด็กๆเริ่มได้ยิ่งดี ใครที่มีลูกยังไม่วัยรุ่นแนะนำเลยนะให้เขาได้สัมผัสต้นไม้ ป่าเขา ลำธาร ได้ดื่มด่ำธรรมชาติ ปลูกฝังการรักเที่ยวป่า ได้เห็นสิ่งที่ในเมืองไม่มี คราวนี้เราได้เบอร์และชื่อจากหนังสือ TRIPS เราไปเที่ยวแบบ ecotourism กัน ชื่นใจที่เราได้มีส่วนสนับสนุนกิจกรรมของชาวบ้านที่พยายามจัดทำการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
ไปดูป่าโกงกาง (mangroove forest) ที่บ้านทุ่งหยีเพ็ง เกาะลันตา กระบี่...ติดต่อคุณนราธร หงษ์ทอง เบอร์โทร 08-95909173 โฆษณาให้เขาซะเลย เพราะอยากส่งเสริมให้เขามาก เขาบุกเบิกงานนี้เพื่อให้ชาวชุมชนอนุรักษ์ป่าโกงกาง และสร้างกิจกรรมที่มีทั้งรายได้ไปในตัวด้วย อยากให้พื้นป่ายั่งยืน น่าสนับสนุนและให้กำลังใจเขามากทีเดียว ลองไปเที่นวซิ..หนุกนะ
แม่ : ลูก..มาดูนี่เร็วตัวด้วงอะไรนี่ ตัวใหญ่จัง นอนตายอยู่
แฝด 1-com: แม่รู้มั้ย ด้วงเป็นสัตว์ที่แข็งแรงที่สุดเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัว มันสามารถยกรถถังได้
พ่อ: ดูต้นโกงกางซิ ป่าชายเลนจะหมดประเทศอยู่แล้ว ดีจัง ที่นี่เขาอนุรักษ์ไว้
แฝด 2-bio: พวกนี้เป็นพวก aereal roots รากอากศและรากคำจุน buttress roots นะ
คนโต: ดูซิ มีฝักด้วย แล้วโน่นลิงแสม
แฝด 2: ใช่..นี่ไง ฝักแก่จะมีสีน้ำตาล พอแก่ได้ที่นะ มันจะหลุดออกจากขั้ว ตรงที่เห็นเป็นกระเปาะนั่นน่ะ
แล้วฝักก็หลุดจากขั้วตกลงไปตรงๆ ปักทิ่มลงบนขี้เลน แล้วงอกต้นใหม่
เออ...แปลกดีเน้อ...ของธรรมด๊า ธรรมดา ที่เด็กเมืองไม่เคยเห็น



MAHA - แม่
edit @ 2007/04/26 23:12:53