Categories

What is a game? ...For Parents Version

posted on 04 Jan 2008 14:26 by mahafamily in Kim

สวัสดีปีใหม่ครับทุกคน ไม่กี่วันก่อนสิ้นปีที่แล้ว ผมก็ได้เล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นภายในปี 2551 นี้ไปบ้างแล้ว ก็ไม่ได้อยากให้มันดูน่ากลัวหรืออะไรหรอกครับ เพียงแต่ว่าอยากเล่าให้ฟังเฉยๆ และด้วยความคิดที่ว่าต้องการที่จะทำให้คนเข้าใจคำว่า "เกม" หรือ "การเล่นเกม" มากขึ้น โดยเฉพาะผู้ใหญ่หรือคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นผู้ใหญ่ ผู้ปกครอง หรืออะไรก็แล้วแต่ ไม่เว้นแม้กระทั่งคนที่เรียกตัวเองว่าเป็น "เกมเมอร์" อยู่ตอนนี้ เพราะทุกวันนี้คนเล่นเกมก็มากขึ้นจนเข้าถึงกลุ่มผู้เล่นที่มีอายุเฉลี่ยต่ำลงเรื่อยๆ การที่คิดว่าแค่เล่นเกมมาไม่กี่เกมแล้วรู้หมดทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับมันเป็นเรื่องที่ผิด บอกตรงๆ ว่าขนาดคนที่เล่นเกมอยู่ทุกวันนี้ก็มีหลายคนที่ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเกมคืออะไร มีกี่ประเภท แล้วมันต่างกับเกมประเภทอื่นยังไง งั้นเรามาเริ่มกันเลย

 เกมคืออะไร?

ถ้าถามว่าเกมคืออะไร คงเป็นเรื่องที่ตอบยากมากๆ เรื่องหนึ่งในโลก ณ ปัจจุบันเลยทีเดียว เพราะขนาดใน Wikipedia ก็ยังคงให้ความหมายไว้ไม่ชัดเจนเท่าไหร่ เอาเป็นว่ามันเป็นโครงสร้างที่มีความเกี่ยวข้องกับศิลปะและความคิดที่เกิดจากมนุษย์ก็แล้วกัน โดยภายในเกมจะมีกฎ-กติกาไว้สำหรับให้ผู้เล่นได้ตอบโต้กับมัน โดยอาจจะทำตามหรือไม่ทำตามก็ได้ขึ้นอยู่ลักษณะของเกม ซึ่งเกมนั้นสามารถใช้ประโยชน์หรือนำมาเกี่ยวข้องกับสิ่งอื่นๆ ได้ในหลายทางไม่เว้นแม้กระทั่งด้านการศึกษา เกมบางประเภทอาจถูกเรียกเป็นศิลปะหรืองานได้เต็มตัว ซึ่งถ้ามองให้แคบลงแล้วปัญหาที่เด็กๆ ในประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่หลักๆ ก็คือเกมที่เป็น Software ในคอมพิวเตอร์นั่นเอง

เกมมีกี่ประเภท?

เกมมีหลายประเภทมากๆ เลยครับ แล้วก็สามารถแบ่งได้หลายแบบด้วย เช่น หากคุณมองในภาพรวม อาจจะแบ่งตามลักษณะของโครงสร้างที่ออกมาให้เห็นก็ได้ เช่น เกมกระดานอย่างเกมเศรษฐี เกมการ์ดอย่าง Magic the Gathering หรือ Electronic Game คือเกมคอมพิวเตอร์และพวกเครื่อง Playstation เป็นต้น แต่ไม่ได้หมายความว่ามีเพียงเท่านี้ ยังมีเกมรูปแบบอื่นๆ อีกมาก แต่ที่ยกตัวอย่างมานั้นน่าจะทำให้เห็นภาพได้มากที่สุด

หากจะแบ่งประเภทให้เข้าถึงกลุ่มที่พ่อแม่ต้องการจะรู้มากที่สุดก็ต้องเข้าไปที่ Electronic Game ซึ่งหมายถึงเกมที่ใช้เครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นส่วนประกอบหลักในการเล่น ที่จะเจอกันเยอะๆ ก็แบ่งเป็น 4 ประเภทย่อยๆ อีกคือ

  1. เกมคอนโซล (Console Game) - เกมที่ต้องใช้อุปกรณ์เพื่อช่วยในการเล่นเกม โดยมากจะเป็นเครื่องเล่นเกมและใช้ต่อกับหน้าจอทีวี หรือจอ Monitor ต่างๆ เช่น เกมบนเครื่อง Playstaion, XBOX, Nintendo Wii
  2. เกมคอมพิวเตอร์ (Computer Game) - เกมที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการเล่น
  3. เกมอาร์เคด (Arcade Game) - ที่ทุกๆ คนรู้จักกันในนามของ "เกมตู้" ซึ่งเกมตู้บางชนิดเท่านั้นที่จะเป็น Electronic Game เพราะมีบางชนิดไม่ได้ใช้อุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์แต่อาศัยกลไกหรือระบบอื่นแทน
  4. เกมพกพา (Hand Held Game) - Hand Held Game คือเกมที่สามารถพกพาไปเล่นได้ทุกที่ ไม่ได้หมายถึงเกมบนโทรศัพท์มือถืออย่างเดียว แต่ยังรวมถึงเกมที่สามารถพกพาไปเล่นได้ทุกที่อย่างพวก Gameboy, Nintendo DS, PSP ด้วยเช่นกัน

เครื่อง Nintendo Wii

 เครื่อง PSP

 

นอกจากนี้หากแบ่ง Electronic Game ออกตามการเชื่อมต่อก็ยังแบ่งเป็น 2 อย่างคือ

  1. Offline Game - เกมที่ไม่ต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตขณะเล่น โดยมากจะมีวันจบ คือเล่นไปถึงจุดๆ หนึ่งแล้วจะพบกับฉากจบของเกมหรือจุดสิ้นสุดของเกมตามที่ผู้พัฒนาเกมได้วางไว้ เกมออฟไลน์อาจพบได้ทั้งแบบ Console Game, Computer Game, Mobile Game และ Arcade Game
  2. Online Game - เกมที่จำเป็นจะต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตในขณะเล่น ซึ่งอันนี้แหละที่เด็กติดเยอะ เพราะผู้เล่นสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เล่นคนอื่นที่กำลังเล่นอยู่ได้ เช่น พูดคุยในเกม (ใช้พิมพ์คุยกัน) พูดคุยด้วยเสียง (ผ่านไมโครโฟน) รวมไปถึงการเชื้อเชิญให้เข้ามาร่วมเล่นด้วยกันในรูปแบบต่างๆ หรือจะแลกเปลี่ยนไอเทมในเกมกันก็ได้ (ถ้าไม่เข้าใจคำว่า "ไอเทม" รอตอนหน้าครับ ^^) ซึ่งเกมออนไลน์ที่ตอนนี้กำลังนิยมมากๆ ทั่วเอเชียก็คือ เกมออนไลน์ที่อยู่ในคอมพิวเตอร์เพราะว่ามันทำอะไรได้หลายอย่างมากกว่าในมือถือหรือเครื่องคอนโซล

แนวเกม

หากจะให้เปรียบเทียบ เกมก็เหมือนกับภาพยนตร์นี่เอง ที่มีให้เลือกดูเลือกเล่นหลายแนว ในยุคแรกๆ ก็จะมีเพียงไม่กี่แนวเหมือนหนังที่มีแนวโรแมนติก แอคชั่น คอมเมดี้ เป็นต้น แต่พอมาในยุคหลังๆ ก็จะเริ่มผสมผสานกันในหนังเรื่องเดียว ทำให้มีรสชาติหลากหลาย เช่นเดียวกันกับเกมที่มีแนวหลักๆ อยู่จริง แต่ทุกวันนี้ใน 1 เกมก็ผสมกันไปหลายแนว และก็อาจจะมีบางพวกที่ไม่สามารถจัดประเภทได้ ถ้าเป็นหนังก็คงต้องเรียกเป็น "Indy" อะไรประมาณนั้น แต่ถ้าเป็นเกมผมก็ไม่รู้ว่าจะเรียกอะไร ซึ่งบางคนก็อาจเรียกรวมว่าเป็นพวก Casual ก็ได้

  • Fighting - เกมต่อสู้ โดยผู้เล่นจะต้องบังคับตัวละครและต่อสู้กับตัวละครอื่นในเกม โดยสามารถใช้อาวุธหรืออาจเป็นการต่อสู้ด้วยมือเปล่าตามแต่ลักษณะของเกม เช่น Street Fighter, King of Fighter, GetAmped
  • Racing - เกมแนวแข่งขัน ซึ่งจะหมายถึงเกมประเภทที่แข่งกันด้วยความเร็วเป็นหลัก เช่น TalesRunner, Need for Speed, Initial D
  • Simulation - เกมแนวจำลอง หรือเน้นความสมจริงทางด้านรูปแบบการเล่น ซึ่งอาจเป็นการจำลองการบริหารบ้านเมือง จำลองการขับเครื่องบิน และอื่นๆ เช่น Sim City, Civilization, Microsoft Flight Simulation
  • Puzzle - เกมแนวปริศนา โดยจะเน้นการเล่นที่ใช้ความคิดสูง ผู้เล่นต้องใช้ความคิดในการแก้ปัญหาตามกติกาที่กำหนดในสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งจะกระตุ้นความคิดในเชิงตรรกศาสตร์ของผู้เล่นอย่างมาก เช่น Street Fighter Puzzle, Tetris
  • Role-Playing - หรือที่ใครๆ เรียกกันว่า RPG (Role-Playing Game) คือเกมที่ผู้เล่นต้องสวมบทบาทแทนตัวละครในเกม และเล่นตามเนื้อเรื่องที่ทางผู้สร้างได้กำหนดไว้ ซึ่งในช่วงหลังเกมแนวนี้บางเกมจะอ่อนเนื้อเรื่องแต่ไปหนักทางการต่อสู้มากกว่า แต่สิ่งที่ทำให้เกมแนวนี้ต่างจากเกมแนว Fighting คือไม่ได้เน้นแต่การต่อสู้เพียงอย่างเดียว ยังมีเนื้อเรื่อง มีตัวละครอื่นๆ ให้ผู้เล่นได้ปฏิสัมพันธ์ด้วย หรือบางทีอาจจะเน้นการค้าขายเป็นหลักก็ได้ เรียกได้ว่าเป็นเกมที่หลากหลายมากๆ ทั้งในด้านของตัวเกมเองและความหลากหลายของวิธีการเล่น เช่น Ragnarok, Final Fantasy, Tokimeki
  • Sport - เกมแนวกีฬา ซึ่งจะใช้กติกาหลักๆ มาจากการเล่นกีฬาในชีวิตจริง แต่อาจมีการดัดแปลงบ้างเพื่อความสนุกสนาน และบางทีก็เป็นกีฬาที่คิดขึ้นใหม่โดยไม่มีอยู่จริง ซึ่งเกมแนวนี้กำลังได้รับความนิยมไปทั่วโลก จนมีการแข่งขันระดับประเทศในหลายๆ ประเทศ รวมไปถึงการแข่งระดับนานาชาติ และนิยมเรียกกันว่า e-Sport ซึ่งย่อมาจาก Electronic Sport ไปแล้ว เช่น Street Soccer Online, FreeStyle Basketball Online, FIFA, Winning Eleven
  • Strategy - เกมแนววางแผนต่างๆ มีทั้งวางแผนการสร้างเมือง วางแผนการปกครอง วางแผนการทำกิจการ แต่ที่นิยมกันมากจะเป็นวางแผนการรบ ยกตัวอย่างเกมแนวนี้เช่น Command & Conquer, Sim City, Final Fantasy Tactic
  • Shooting - เกมแนว Shooting ก็ตามชื่อเลยครับ อะไรที่เป็นการยิงเกี่ยวข้องกับเนวนี้หมด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นยิงปืนในรูปแบบต่างๆ โดยอาจเน้นไปทาง Theme ทหารบ้าง ยานอวกาศบ้าง เครื่องบินบ้าง แล้วแต่เกม เช่น Counter-Strike, Battle Field, Special Force, Deadsix
  • Communication - เกมบางแนวไม่เน้นการเก็บคะแนน แต้ม หรือเลเวล (เดี๋ยวจะอธิบายคราวหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้) แต่ความสนุกอยู่ที่การได้ปฏิสัมพันธ์กับตัวละครในเกม ส่วนใหญ่แล้วเกมแนวนี้ที่สนุกจริงๆ และนิยมเล่นกันมากจะเป็นเกมออนไลน์มากกว่า เช่น ToksClub
  • Music - เกมแนวนี้จะเน้นไปที่การฟังเพลง โดยจะมีทั้งเกมเล่นดนตรี เกมเต้น เกมดีเจ เช่น Audition, O2Jam, Guitar Hero
  • Casual - เกมใดก็ตามที่ไม่รู้จะจัดอยู่ในแนวไหนก็มักจะมาลงใน Casual ทั้งนั้น ซึ่งความจริงแล้ว Casual แปลว่า เรื่อยๆ, ไม่เป็นทางการ ดังนั้นจึงหมายถึงเกมที่ง่ายๆ สบายๆ ส่วนใหญ่จะเล่นแป๊บเดียวจบ เช่น GetAmped, Audition, TalesRunner

จะเห็นได้ว่าผมยกตัวอย่างชื่อเกมบางเกมแล้วมันซ้ำกัน นั่นก็เพราะว่าเกมหนึ่งเกมสามารถมีได้หลายแนวผสมๆ กันเหมือนหนัง ยิ่งนานวันเกมยิ่งจะมีแนวแปลกๆ มากขึ้น เอาแนวนู้นมาผสมแนวนี้ ทำให้เกิดความสนุกในรูปแบบใหม่ๆ

เอาล่ะ เหนื่อยมากมาย - - เอาเป็นว่าคราวหน้าจะมาต่อกันกับเรื่องเกมแล้วกัน ผมว่ามันเป็นประโยชน์สำหรับผู้ใหญ่ในกระทรวงเทคโนโลยีหรือพ่อแม่เป็นอย่างมาก แต่ถ้าใครที่เล่นเกมอยู่แล้วคิดว่ารู้หมดแล้วก็ข้ามไปเลยครับ ผมรู้การพูดอะไรที่มันซ้ำๆ มันหน้าเบื่อ เพราะผมกลัวเหลือเกิน กลัวว่าจะมีคน Comment มาว่ารู้เยอะกว่าผม อธิบายแบบนี้แล้วจะได้อะไร โชว์ความรู้เหรอ อะไรทำนองนั้น หากคุณคิดแบบนั้น ใช่ครับ คุณรู้เยอะกว่าผมจริงๆ แล้วก็ให้เปิดไปอ่าน blog ของคนอื่นเพื่อหาความรู้ใหม่ๆ ใส่ตัวดีกว่า โอเคมะ O_o

MAHA - ขิม

edit @ 4 Jan 2008 20:30:12 by mahafamily

Comment

Comment:

Tweet

ส่วนตัวผมเองรู้จักอยู่ก็แต่เกม RPG ซึ่งจะให้ดีต้องเติม MMO เข้าไปข้างหน้าด้วย นอกนั้นผมเรียก casual หมด sad smile

#2 By देवता on 2008-01-19 19:12

เอามาลงรายการได้แมะ หึหึหึหึ