Categories

Paris (6) Louvre Museum & Versailles Palace

posted on 25 Nov 2008 21:08 by mahafamily in Mom

กว่าเราจะไปถึง Louvre Museum เราก็หลงกันซะไม่มี ต่อรถผิด ๆ ถูก ๆ แต่ก็ถึงจนได้ เอาเริ่มอย่างมีสาระก่อนนะ ...พิพิธภัณฑ์ลูฟร์เดิมเป็นป้อมปราสาทที่สร้างขึ้นเอาไว้เป็นที่ประทับของกษัตริย์หรือขุนนาง สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1190 โดยกษัตริย์ฟิลิป โอกุสต์ (Philippe Auguste) เพื่อป้องกันเมืองปารีสจากข้าศึก คนที่รู้จักลูฟร์พอเห็นปิรามิดสามเหลี่ยมก็จะ...อ๋อ...นี่มัน Louvre นี่มันพิเศษจริง ๆ ไม่เชื่อดูรูป

Louvre Museum

เป็นปิรามิดแก้วออกแบบโดยสถาปนิกอเมริกันเชื้อสายจีนนามว่า เหย่ว หมิง เป่ย ทำด้วยกระจกใสโปร่งแสง เพื่อให้แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ส่องให้ถึงชั้นล่าง ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ถ้าจะชมกันให้ถ้วนทั่วเขาบอกว่าอาจจะต้องใช้เวลาซึมซับสัก 3 วันเป็นอย่างน้อยเพราะมันอลังการงานสร้างออกอย่างนี้

 

Louvre Museum

รูปโมนาริซ่าและรูปปั้นวีนัสก็อยู่ที่นี่ด้วย

Versailles Palace

พระราชวังแวร์ซาย เดินตากแดดร้อนเปรี้ยง ๆ เลย ฝรั่งไม่กลัว...แต่เรากลัวมาก....จ๊าก...กลัวเป็นฝ้าจัง

พอเดินเข้าตัวพระราชวังได้ยินเสียงที่ไม่ใช่พวกเราแว่วมาว่า "คนไทย" เหรอคะ เชิญค่ะ...อ้าวสาวน้อยคนนี้เธอเป็นคนไทยนั่งขายตั๋วอยู่หน้างานซะงั้น...แหม...ดีใจเจอคนไทยในต่างแดน ลืมถามชื่อ....

 

ชมรูปไปพลาง ๆ นะคะแล้วรับสาระ The Palace of Versaille ไปบ้าง พระราชวังแวร์ซายส์ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงปารีส แต่เดิมสถานที่แถบนี้เป็นเพียงแค่หมู่บ้านเล็ก ๆ จากนั้นพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 มาพบพื้นที่ละแวกนี้โดยบังเอิญเนื่องจากมาล่าสัตว์ ซึ่งเป็นเกมที่พระองค์ชอบ พระองค์ทรงตัดสินใจที่จะสร้างพระราชวังแวร์ซายส์ขึ้นมาโดยมีนายช่างสถาปนิก อัลเดรด เลอ นอสเตอร์ เป็นผู้ออกแบบ ลงมือสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2204 (ค.ศ. 1661) สร้างอยู่นานเวลา 30 ปี สิ้นเงินค่าสร้าง 500,000,000 ฟรังก์ ใช้คนงาน 30,000 คน ทุกส่วนทำด้วยหินอ่อนสีขาว เป็นแบบอย่างและศิลปกรรมก่อสร้างที่งดงามมากเพราะเป็นที่รังสรรค์ถึงผลงานของศิลปินเอกในยุคนั้น และมีการถ่ายทอดเรื่องราวจากประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสลงไปด้วย พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 นั้นก็เพื่อต้องการให้ประเทศฝรั่งเศสเองเป็นเลิศในทางด้านศิลปะของโลก ก็เลยรวบรวมทุกสิ่งทุกอย่างที่ดีเลิศมาปลูกสร้างและบรรจงถ่ายทอดลงสู่พระราชวังแวร์ซายส์ที่งดงามแห่งนี้...นี่เอง! ห้องที่มีชื่อที่สุดคือห้องกระจกที่เคยใช้ลงนาม เซ็นสัญญาสงบศึกระหว่างสัมพันธมิตรกับเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่ 1 และเป็นที่ใช้ลงนามในเมื่อเยอรมันบุกตีชนะฝรั่งเศสในสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย พระราชวังแวร์ซายส์มีนักท่องเที่ยวไปชมความงามไม่น้อยกว่าล้านคนต่อปี

Versaille Palace

พิธีราชาภิเษกจักรพรรดินโปเลียนที่ 1

พระนาง Marie Antoinette

พระนาง Marie Antoinette ถูกตัดสินประหารชีวิตในโทษฐานที่มีใจฝักใฝ่กับฝ่ายศัตรู นับเป็นการเข้าสู่ยุคเเห่งความน่าสะพรึงกลัวอย่างเต็มตัว (Reign of Terror) ในระยะเวลาตั้งแต่ปี 1793 – 1794 รัฐบาลภายใต้การปกครองของโรเบสปิแอร์ ปกครองประเทศด้วยระบอบเผด็จการโดยการดึงอำนาจเข้าสู่ส่วนกลาง มีการกำจัดศัตรูที่คาดว่าจะเป็นภัยทางการเมืองลงเป็นจำนวนมาก ในกรุงปารีสเองมีผู้ถูกประหารชีวิตไปถึง 2639 คน แม้แต่บุคคลสำคัญในกลุ่มก็ถูกประหารชีวิตด้วยเหตุผลการยอมรับทางการเมือง แต่ความไม่เท่าเทียมกันก็บังเกิดขึ้น เมื่อส่วนใหญ่ของผู้ที่ถูกประหารชีวิตเป็นประชาชนซะมากกว่ากลุ่มขุนนาง

ว้า...หนักไปอ่ะป่าว ...

MAHA - แม่

Comment

Comment:

Tweet

very beautiful

#1 By ชนิต (203.172.130.180) on 2011-06-14 12:30