Dad

สวนสาธารณะในป่าเขา...จริงหรือ? เราเรียกขานสถานที่แห่งนี้เอาเอง เพราะเราเห็นว่ามันสวยงามน้องๆ สวนสาธารณะในเมืองแต่ตั้งอยู่กลางป่าเขาของจริง ที่นี่เราเคยไปพักค้างครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2545 ช่วงนั้นยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักสำหรับนักท่องเที่ยวมากนัก 6 ปีที่ผ่านไปก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มขึ้นมากมาย อาคารที่เห็นในภาพทั้งหมดยังไม่มีครับ

สำหรับเราแล้วได้เลือกสถานที่แห่งนี้เป็นที่พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติที่ไปบ่อยทีเดียว จากวันนั้นถึงวันนี้เอาเป็นว่าอย่างน้อยต้องไปปีละ 1 หรือ 2 ครั้ง ขับรถไปกางเต็นท์นอนคนเดียวที่นั่นยังเคยเลยครับ เป็นความสุขที่ยังอยากทำอีก แต่เกรงใจคนรอบข้างครับ ^^

บางครั้งการได้อยู่คนเดียวท่ามกลางธรรมชาติที่สงบแต่ต้องเป็นสถานที่ที่รู้สึกปลอดภัยด้วยนะครับ ก็เป็นความรู้สึกที่แตกต่างจากวิถีชีวิตประจำวันอีกแบบหนึ่ง ไปชมภาพทิวทัศน์ของสถานที่ที่ว่านี้และสีสันของนักท่องเที่ยวที่นี่กันเลยนะครับ

อาคารอบรมสัมมนาและห้องอาหาร

จากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวจะมีทางเดินลงไปบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยวและบริเวณพื้นที่กางเต็นท์

บ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยวมีทั้งแบบบ้านเดี่ยวและแบบบ้านสี่ยูนิต

พื้นที่บริเวณที่เป็นพื้นที่กางเต็นท์ เราไปถึงเที่ยงวันพอดี รีบกางเต็นท์ก่อนฝนจะมา ตอนไปถึงที่นี่ก็มีเต็นท์กางอยู่แล้ว 3 - 4 เต็นท์...เต็นท์น้อยๆ นี่ถูกใจจัง

เต็นท์ของเรา 2 หลังอยู่ติดกัน มาแคมปิ้งหน้าฝน ต้องใช้ผ้าใบกันฝนเป็นหลังคาอีกชั้นหนึ่ง

ตกเย็นท้องฟ้าเริ่มครึ้มแล้ว สัญญาณบ่งบอกว่าคืนนี้ฝนท่าจะมาเยือน

ภาพถ่ายบรรยากาศยามเช้าตรูจากหน้าเต็นท์ของเราเองล่ะครับ

เช้าๆ บรรยากาศดีทีเดียวครับ

ทิวทัศน์ยามเช้าและคนรักการถ่ายภาพ

นี่ก็มากันเป็นชมรม

นี่ก็อีกหนึ่งชมรม

นี่ก็ใช่ ชมรมเวสป้า

นายแบบ นางแบบบังเอิญเข้ามาในกล้องพอดีกับจักรยานให้เช้าของศูนย์

ชมรมครอบครัวน่ารักๆ ภาพนี้มี 4 คนนะครับ (อีก 1 คนเจ้าตัวเล็กยังเดินไม่ได้) มองไม่เห็น อยู่ในอ้อมกอดของแขนซ้ายผู้เป็นพ่อไงครับ

ภาพสุดท้ายเป็นภาพคุณแม่เราในวัย 83 ปีครับ เช้าวันนี้คุณแม่บอกว่า อากาศดีมากๆ เลย ดีกว่าที่กรุงเทพฯ จริงๆ นะ

ภาพทั้งหมดนี้เป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมนี้เองครับ เราพาคุณแม่ไปแคมปิ้งท่ามกลางธรรมชาติ ไปพักผ่อนเปลี่ยนที่กิน เปลี่ยนที่นอน เปลี่ยนบรรยากาศ ไปอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ดีว่างั้นเถอะ และได้ชวนน้องชายของเราคนหนึ่ง พร้อมลูกสาวเขาด้วยหนึ่งคน ไปวันเสาร์ ออกเดินทางสายๆ กลับวันอาทิตย์บ่ายๆ ใช้เวลาเดินทางจากบ้านที่กรุงเทพฯ แถวตลิ่งชันก็ถึงที่หมายปลายทางเพียง 2 ชั่วโมงเศษเท่านั้น การเดินทางก็สะดวก ถนนหนทางอยู่ในเกณฑ์ดี ขับรถข้ามภูเขาลูกเล็กๆ 2 ลูกครับ เป็นถนนราดยางตลอด บรรยากาศหน้าฝนอากาศสดชื่นดีครับ เจอฝนตกพร้อมลมกรรโชกเบาๆ ตอนหัวค่ำราวหนึ่งชั่วโมงกว่าๆ ก็หยุด จากนั้นก็มีฝนบ้างแบบเป็นละอองๆ ซะมากกว่า อากาศคืนนั้นทำให้นอนหลับเย็นสบาย แต่ตอนกลางวันอากาศโปร่งและไม่มีฝนเป็นใจให้ทั้งวันไปและวันกลับครับ

ก่อนจบ สถานทีท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ว่านี้ชื่อ "ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์-โป่งก้อนเส้า" ตั้งอยู่ที่อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ใกล้ๆ กรุงเทพฯ แค่นี้...นี่เอง

MAHA - พ่อ